วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

8. เวชปฏิบัติการพยาบาล (General Practitioner)

                                   เวชปฏิบัติการพยาบาล (General Practitioner)

            การบริการพยาบาลในระดับปฐมภูมิ ในที่นี้หมายถึง การบริการพยาบาลที่มีอยู่ในชุมชน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของระบบบริการ
สุขภาพแห่งชาติ (National Health Service: NHS) ซึ่งเป็นหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศอังกฤษ ภาระงานของพยาบาลแบ่งเป็น
            2 ส่วนที่สำคัญดังนี้
            1. การบริการพยาบาลในหน่วยบริการปฐมภูมิ ประกอบด้วย Nurse Practitioner (NP), Practice Nurse (PN), และ Midwife
1.1 Nurse Practitioner (NP) หลังจากจบพยาบาลวิชาชีพแล้ว ต้องศึกษาต่อในหลักสูตรเฉพาะทางการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป
ประมาณ 2 ปี ให้บริการการตรวจรักษาร่วมกับทีมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป (GP) ในกรณีนี้ ผู้รับบริการสามารถเลือกรับการตรวจรักษา หรือ
ขอรับการปรึกษาจากแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป (GP) หรือพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (NP) หรือทั้ง 2 ฝ่าย และมีส่วนร่วมในการวางแผนการดูแล
สุขภาพของตนเอง ตลอดจนการตัดสินใจในการรับการส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทาง
1.2 Practice Nurses (PN) เป็นพยาบาลวิชาชีพที่ให้การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว โดยการรักษาจะเป็นไปตามแนวทาง
การรักษาที่แน่นอน ไม่มีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย หรือสั่งยา เหมือนกับพยาบาลเวชปฏิบัติ practice nurse อาจศึกษาต่อเพิ่มเติม เช่น
Diploma in Asthma Care เป็นต้น ให้บริการพยาบาลในคลินิกต่างๆ ดังนี้
- Flexible Clinic ให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น Asthma และ COPD โดยการประเมินพฤติกรรมสุขภาพ อาการของผู้
ป่วย สมรรถภาพของปอด ความสามารถในการใช้ยาพ่น เป็นต้น พยาบาลจะวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้จากประวัติและการทดสอบต่างๆ
สรุปเป็นผลภาวะปัญหาสุขภาพปัจจุบันให้ผู้ป่วย จากนั้น ร่วมกันวางแผนการปรับพฤติกรรมสุขภาพ และตั้งเป้าหมายของการรักษา
- INR Clinic ให้บริการผู้ป่วยที่ได้รับยา Oral Anticoagulant Therapy โดยการติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินระดับของ
coagulant ในเลือด เรียกว่า INR test ผู้ป่วยจะมีสมุดบันทึกระดับ INR ประจำตัว เพื่อเป็นข้อมูลที่สำคัญร่วมกับชุดเอกสารที่มีข้อมูลเกี่ยว
กับการรักษา กรณีที่ระดับของ coagulant ไม่สูงหรือต่ำกว่าค่าเป้าหมาย พยาบาลจะเป็นผู้ปรับขนาดยาให้ผู้ป่วยโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
โดยจะปรึกษาแพทย์หากผู้ป่วยมีความผิดปกติ
- Travel Clinic ให้คำแนะนำและวัคซีนที่จำเป็นแก่ผู้รับบริการที่มีความประสงค์จะเดินทางไปต่างประเทศ ผู้รับบริการจะต้องกรอก
แบบสอบถามเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางและประวัติการเจ็บป่วยและการรับวัคซีนก่อนหน้านี้ พยาบาลจะมีแนวทางในการเลือกวัคซีนที่
จำเป็นให้แก่ผู้รับบริการ คือ การค้นหาผ่านเว็บไซต์ ผู้รับบริการจะเป็นผู้ตัดสินใจในการรับวัคซีนแต่ละชนิด และอาจต้องจ่ายในวัคซีนบาง
ชนิด เช่น วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า, วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น นอกจากนั้น ผู้รับบริการจะได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัว
ด้านสุขภาพ เช่น การรับประทานอาหารและน้ำดื่ม การป้องกันยุงและแมลง และการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย
- Wound management พยาบาลเป็นผู้ประเมินบาดแผล พิจารณาอุปกรณ์และเครื่องมือในการทำแผลที่เหมาะสมกับชนิดและ

ความรุนแรงของแผล สำหรับ Solution ที่ใช้คือ NSS for dressing wound เพียงอย่างเดียว แต่จะมีอุปกรณ์ปิดแผลที่มีคุณภาพในการส่ง__

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น